บทความพิเศษ : ปัจจัยในการดำรง "ชาติ" (วัฒนธรรม)

การที่ชนชาติใดชาติหนึ่ง จะดำรงคงอยู่ต่อไปได้ชั่วนิรันดร ชาตินั้นๆ จะต้องมี “วัฒนธรรม” (Culture) เป็นของตนเองและสามารถรักษาวัฒนธรรม เอาไว้ให้ได้เพื่อความจีรังของชนชาตินั้นๆ
 
การจะรักษาวัฒนธรรมของไทยไว้ได้ ก็จำต้องมีการปลุกจิตสำนึกของคนไทยให้เห็นคุณค่าของความเป็นไทย และภูมิใจในวัฒนธรรมของตน
 
ก่อนที่จะประสบภัยจากไวรัสโควิด-19 ระบาดทั่วโลก เมื่อปลายปี พ.ศ.2562 รายได้ของประเทศไทยมาจากการท่องเที่ยวมหาศาล นับว่าเป็นรายได้หลักของประเทศรองจากการส่งออก
 
 
นักท่องเที่ยวที่มาจากทั่วโลก ถึงแม้จะมาชมความสวยงามจากชายหาด เกาะแก่ง และภูมิประเทศอันสวยงามแล้ว สิ่งที่ดึงดูดให้เขามาบ่อยๆ และมาประจำโดยไม่เบื่อ ก็ได้แก่วัฒนธรรมไทย
 
ภูมิประเทศที่สวยงาม มาเห็นเข้าสองครั้งก็อาจจะเบื่อแล้ว แต่การมาพบกับอัตลักษณ์ความเป็นไทยและวัฒนธรรมไทย ทำให้อยากกลับมาอีก เพราะได้มาพบกับความสุภาพเรียบร้อย การต้อนรับอย่างอบอุ่น การอ่อนน้อมถ่อมตนของคนไทย การมีมารยาทอันดี การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และประเพณีอันดีงาม ต่างๆ ของคนไทยทำให้นักท่องเที่ยวต้องกลับมาใหม่อย่างไม่เบื่อหน่าย เพราะเขาเห็นคุณค่าของความเป็นไทย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ชนชาติไทยจะต้องช่วยกันรักษาและสืบสานไว้
 
ถ้า “วัฒนธรรม” ของไทยไม่ใช่สิ่งสำคัญคงจะไม่มีกระทรวงวัฒนธรรมในรัฐบาลไทยถ้าดินแดนไม่ใช่สิ่งสำคัญ ก็คงจะไม่มีกระทรวงกลาโหม และกองทัพบก เรือ อากาศ เอาไว้ป้องกันประเทศ
 
อย่างไรก็ดี ผู้ที่จะทำหน้าที่สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมที่ดีและได้ผลที่สุด ก็คือ ชนชาติไทยทั้งหลายนั่นเอง
 
การแต่งกาย ของชนชาติใด ก็ถือเป็นวัฒนธรรมของชนชาตินั้น
 
ถ้าผู้หญิงลาวไปติดต่อราชการ ณ สถานที่ราชการในลาว หากไปนุ่งกางเกงยีนส์ หรือแต่งกายแบบตะวันตกขึ้นไป ก็จะถูกถามว่าคุณเป็นคนลาวหรือเปล่า ถ้าเป็นลาวก็ต้องแต่งตัวชุดคนลาวมาติดต่อราชการ
 
ไม่ใช่แต่การแต่งกายอย่างเดียว ศิลปกรรม สถาปัตยกรรม วรรณคดี นาฏศิลป์และดนตรี ของชาติใด ก็เป็นวัฒนธรรมของชนชาตินั้นๆ และเป็นหน้าที่ของคนในชาติจะต้องรักษาและส่งเสริม ศิลปกรรม สถาปัตยกรรม นาฏศิลป์ ดนตรี งานช่างฝีมือ และงานประเพณี ของชาติตนไว้
ปีนี้ เป็นปีที่จะมีการเฉลิมฉลองถึงการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับเวียดนาม กิจกรรมหนึ่งก็คือ การบูรณะภูเขาจำลองและอนุสรณ์สถานของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ผู้เปรียบเสมือนบิดาและผู้กู้ชาติเวียดนาม ซึ่งอนุสรณ์สถานอันโอฬารนี้อยู่ที่บ้านนาจอก อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม
 
อนุสรณ์สถานนี้ นอกจากจะแสดงถึงประวัติศาสตร์ ของมิตรภาพอันยาวนานของไทยและเวียดนามแล้ว สมาคมชาวเวียดนามแห่งประเทศไทย สมาคมไทย-เวียดนาม จังหวัดนครพนม ยังต้องการแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรม ศิลปกรรม สถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์ของชาวเวียดนาม ให้แก่ผู้มาเยือนได้ชื่นชมด้วย ซึ่งท่านผู้อ่านจะดูได้จากภาพข้างล่างนี้
 
สมาคมเหล่านี้มีสมาชิกกว่าหนึ่งแสนคน เป็นศูนย์กลางรณรงค์ให้สมาชิกสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของเวียดนามและสั่งสอนให้สมาชิกประกอบสัมมาชีพอย่างซื่อสัตย์สุจริต เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศไทย ปฏิบัติตามกฎหมาย จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ตอบแทนบุญคุณประเทศไทยที่ให้ที่พำนักอาศัย รักแผ่นดินไทย และสร้างความเจริญแก่ประเทศไทย
 
(นั่นก็คือ ในอนาคตขอให้เป็นคนไทยที่ดีนำความเจริญก้าวหน้ามาสู่ประเทศไทยที่ให้ที่พักอาศัย หรือที่ให้กำเนิดแก่คนไทยเชื้อสายเวียดนามรุ่นต่อๆ ไป)
 
 
เนื้อหาข้างต้นนี้ คงจะทำให้คนไทยทุกคนในปัจจุบัน ตระหนักถึงความสำคัญของวัฒนธรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชาติใดชาติหนึ่งไว้ได้
 
ประกอบกับข่าวล่าสุดของสัปดาห์นี้ที่มาจากสำนักข่าวต่างประเทศ ที่คนพื้นเมืองในแคนาดา หรือที่เรียกกันว่า ชนเผ่าพื้นเมืองที่อยู่มา ก่อนฝรั่งนักล่าเมืองขึ้นจะเข้ามารุกราน เรียกร้องให้ค้นหาหลุมฝังศพของนักเรียนประจำในโรงเรียนกินนอนทั่วประเทศหลังจากพบศพเด็ก 215 ศพ เมื่อสัปดาห์ก่อน
 
การจัดเด็กชนเผ่าพื้นเมืองให้อยู่ในโรงเรียนกินนอนแยกออกจากครอบครัว จึงเป็นการบังคับให้ปรับทัศนคติอย่างไม่เคารพสิทธิมนุษยชน ต้องการทำลายวัฒนธรรมของชนเผ่าพื้นเมืองให้หมดไปเท่านั้นเพื่อให้สิ้นเผ่าพันธุ์ ภาษา และวัฒนธรรม ไปเสียจากดินแดนที่ตนเคยอยู่
 
กระทรวงวัฒนธรรม สภาความมั่นคง นักการเมืองและรัฐบาล รวมทั้งคนไทยทุกคนจึงควรจะตื่นตัวได้แล้ว ว่าวัฒนธรรมไทย เป็นมรดกอันใหญ่หลวงที่จะต้องรักษาไว้
 
ที่มา แนวหน้า
วันที่ 4 มิถุนายน 2564
 

@Admin TVBC

สนใจสมัครสมาชิกหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

คุณชนกชนม์ มูสโกภาส
E-mail : chanokchon.mo@thaichamber.org
Tel : +66 2 018 6888 ต่อ 4390 | Fax : +66 2 622 1883

:)