“เงินด่องเวียดนามถูกกดดันหนักในปี 2563”

ปีนี้คาดว่าสกุลเงินด่องของเวียดนามน่าจะถูกกดดันหนักจากปัจจัยลบทั้งนอกประเทศและในประเทศ แรงกดดันด้านอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินด่องจะเพิ่มขึ้นในปีนี้ แม้รัฐบาลจะคาดการณ์ว่าการขาดดุลการค้าของประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 3% ของยอดส่งออกโดยรวมก็ตาม เนื่องจากการนำเข้าของเวียดนามมีแนวโนมเพิ่มขึ้นในช่วง 2 - 3 เดือนข้างหน้าแซงหน้ายอดส่งออกและเพิ่มแรงกดดันแก่เงินด่อง 
 
คาดการณ์ว่าเม็ดเงินลงทุนโดยตรง(เอฟดีไอ) และยอดเงินที่แรงงานเวียดนามส่งกลับประเทศในปีนี้จะลดลง เพราะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงยิ่งทำให้สกุลเงินด่องมีปัจจัยหนุนน้อยลง ปีที่แล้วเวียดนาม ได้รับเงินลงทุนในประเทศ 38,000 ล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้น 7% จากปี 2561 โดยอุตสาหกรรมการผลิตยังคงดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงเข้าประเทศจำนวน 24,600 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 64.6% ของเงินลงทุนในปี 2562 มีการคาดการณ์ว่า โครงสร้างพื้นฐานในประเทศที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร จะส่งผลให้เอฟดีไอใน อุตสาหกรรมการผลิตปรับตัวลงในปีนี้ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจะยิ่งกดดันค่าเงินด่องมากขึ้น 
 
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่าการส่งออกของเวียดนามในเดือน ต.ค. ลดลงอย่างคาดไม่ถึง หลังยอดการส่งออกลดลงไป 0.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สาเหตุสำคัญที่ทำให้ยอดการส่งออกของเวียดนามลดลงมาจากการที่ยอดขายเมล็ดกาแฟของเวียดนามในต่างประเทศลดลงจากปัญหาราคาเมล็ดกาแฟตกต่ำในรอบ 10 ปี ส่งผลให้ยอดการส่งออกเมล็ดกาแฟในเดือน ต.ค.อยู่ที่ 1 แสนตัน ลดลงไปถึง 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว รวมถึงการที่บริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ลดการจัดส่งโทรศัพท์มือถือในเดือน ก.ย. ลดลง ประกอบกับยอดการส่งออกน้ำมันดิบ และเหล็กปรับตัวลงเช่นกัน
ขณะที่ยอดการนำเข้าของเวียดนามเพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว มูลค่าการส่งออกนับตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึงเดือน ต.ค. อยู่ที่ 2.17 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเวียดนามยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องเพราะอานิสงส์ของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติในเร็วๆ นี้ แต่เวียดนามอาจต้องเตรียมรับมือกับปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่รออยู่ โดย เฉพาะเรื่องของเงินเฟ้อที่สูงขึ้น นโยบายตอบโต้ทางการค้าในอนาคตจากสหรัฐ
ธนาคารเอชเอสบีซี ประเมินว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามในปีนี้น่าจะอยู่ที่ 7% จากการขยายตัวของอุตสาหกรรมบริการและการส่งออก หลังจากที่ นินเทนโด แอ๊ปเปิ้ล และกูเกิล กำลังย้ายฐานการผลิตจากจีนมาที่เวียดนาม นักวิเคราะห์ มองว่าเวียดนามยังมีความเสี่ยงคืออัตราเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นเป็น 5.2% ในเดือน ธ.ค. โดยมีสาเหตุหลักคือราคาเนื้อหมูที่ทะยานสูงขึ้นเพราะการระบาดของโรคอหิวาต์สุกรแอฟริกา ขณะที่ความต้องการเนื้อหมูเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับจีนเพิ่งลดพิกัดอัตราภาษีนำเข้าเนื้อหมูเมื่อไม่นานมานี้
 
 
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 
วันที่ 22 มกราคม 2563
 

Admin TVBC

สนใจสมัครสมาชิกหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
วรินทร์ มานะกุล (เจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งเสริมการค้าและการลงทุน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย)
โทรศัพท์ : 02-018-6964 | อีเมล์ : warin.ma@thaichamber.org

:)