เปิดโลกการค้าเสรี ไทย-เวียดนาม จับคู่ธุรกิจ โคราช-บิ่งห์เฟื๊อก ทําเลทองของการลงทุนในแถบเวียดนามใต้

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา จัดงานประชุมสัมมนา หัวข้อ “Vietnam’s FTA & Investment Opportunities in Binh Phuoc Province” เปิดโอกาสสู่ตลาดโลกด้วยเขตการค้าเสรีและการลงทุนในเวียดนาม จังหวัดบิ่งห์เฟื๊อก ให้ความรู้เกี่ยวกับ FTA และแนะนำจังหวัดบิ่งห์เฟื๊อก ซึ่งเป็นอีกทำเลทองของการลงทุนในแถบเวียดนามใต้
 
วันศุกร์ 18 ตุลาคม 2562 ณ ห้อง สุรนารี บี โรงแรม ดิ อิมพีเรียล โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์โคราช จ.นครราชสีมา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา จัดงานประชุมสัมมนา หัวข้อ เปิดโอกาสสู่ตลาดโลกด้วยเขตการค้าเสรีและการลงทุนในเวียดนาม จังหวัดบิ่งห์เฟื๊อก โดยมี นายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฏ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา, Ms.Tran Thi Thanh My (Mr.เจิ่น ธิ แทงห์ หมี) Commercial Counselor, Trade Office of Vietnam Embassy to Thailand, Mr.Huynh Anh Minh (Mr.หวิ่ง แอง มิง) Vice Chairman of Binh Phuoc (บิ่งห์เฟื๊อก) Province People’s Committee,
 
 
Mr. Nguyen Thanh Nha (Mr.เหงียน เท็ง หยา) General Director of Becamex Binh Phuoc Jsc, นายสุพัฒน์ ศรีธนาธร Executive Vice President, Foods Business of C.P. Vietnam Corporation, นายวิชาญ ชำนาญยา Vice President, Export Food Processing of C.P. Vietnam Corporation, นายธาราบดี ซึ้งอดิชัยวิทย์ General Manager of Bangkok Bank, Vietnam, นางปิยะกุล สุวรรณสัมฤทธิ์ Becamex IDC, Representative in Thailand ร่วมพิธีเปิดงาน โดยมีนักลงทุนจากจังหวัดบิ่งห์เฟื๊อก ประเทศเวียดนาม และนักลงทุนในจังหวัดนครราชสีมา ร่วมงานสัมมนา
 
นายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฏ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา กล่าวเปิดงานว่า งานสัมมนา “Vietnam’s FTA & Investment Opportunities in Binh Phuoc (บิ่งห์เฟื๊อก) Province เปิดโอกาสสู่ตลาดโลกด้วยเขตการค้าเสรีและการลงทุนในเวียดนาม จังหวัดบิ่งห์เฟื๊อก” โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ บริษัท เบคาเม็กซ์ไอดีซี คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นผู้ดูแลและพัฒนานิคมอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม
 
นครราชสีมา หรือ โคราช เป็นจังหวัดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นศูนย์กลางความเจริญ ด้านต่างๆ ของภาคอีสาน ปัจจุบันมีโรงงานในเขตจังหวัด มากกว่า 2,600 ราย อีกไม่นานโคราชจะมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมต่างๆ ครบถ้วนในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง และสายการบิน ซึ่งจะทำให้เมืองโคราชมีธุรกิจ เศรษฐกิจ การท่องเที่ยวที่เติบโต และพัฒนาอย่างรวดเร็ว
 
 
จากข้อมูลของ United Nations Conference on Trade and Development หรือ UNCTAD เปิดเผยว่า ในปี 2018 ที่ผ่านมา ตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI ในเอเชีย ขยายตัวสูงขึ้น 3.9% โดยมีมูลค่าอยู่ที่ 512 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยเวียดนามเป็นประเทศที่สามารถดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนจากต่างชาติเพิ่มขึ้น ปีที่แล้วเวียดนามเป็นประเทศที่ได้รับมูลค่าการลงทุนสูงเป็นเป็นอันดับที่ 3 ในกลุ่มประเทศอาเซียน รองจากสิงคโปร์ และอินโดนีเซีย แต่ถ้าเปรียบเทียบเฉพาะประเทศในเขต CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) เวียดนามเป็นประเทศที่มีมูลค่าการลงทุนสูงที่สุด โดยครองส่วนแบ่งมากกว่า 60% นอกจากนี้ข้อมูลล่าสุดจาก The Foreign Investment Agency หรือ FIA เปิดเผยว่า ตัวเลข FDI ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ พุ่งสูงถึง 16.74 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 4 ปี
 
นอกจากนี้ ภาครัฐของเวียดนามยังมีกลไกส่งเสริมนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในเวียดนาม โดยให้สิทธิประโยชน์ทางการค้า การลดหย่อนด้านภาษี และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างจริงจัง ในเขตอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ เพื่อทำให้เส้นทางคมนาคม และการขนส่งต่างๆ มีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวทางของเศรษฐกิจ
 
ในด้านแรงงาน เวียดนามมีความได้เปรียบด้านแรงงาน โดยมีประชากรจำนวนมากอยู่ในวัยทำงาน และยังเป็นแรงงานที่มีคุณภาพ นอกจากนี้ คนเวียดนามมีกำลังการซื้อสูง ซึ่งจะสังเกตได้จากการขยายตัวของห้างโมเดิร์นเทรด และธุรกิจฟรานไชส์
 
ในด้านภาพรวมทางการค้า คาดว่ามูลค่าทางการค้าของเวียดนามจะขยายตัวอย่างมาก อันเนื่องมาจากการที่เวียดนามได้ทำข้อตกลงการเขตการค้าเสรี หรือ FTA กับหลายประเทศ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ ในปีหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อตกลงเขตการค้าเสรี EVFTA (อีวี เอฟทีเอ) ที่ EU และเวียดนามลงนามร่วมกัน ซึ่งจะลดภาษีสินค้านำเข้ากว่าร้อยละ 99 ของสินค้านําเข้าทั้งหมด นั่นหมายถึง มูลค่าการส่งออกสินค้าของเวียดนามในหลายๆ หมวด อาทิ สินค้าเกษตร, อาหารทะเล, น้ำตาล, ข้าว, น้ำผึ้ง, ผลิตภัณฑ์จากไม้, สิ่งทอ, รองเท้า, เฟอร์นิเจอร์, และอุตสาหกรรมยานยนต์ จะพุ่งตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด
 
ดังนั้น จึงถือเป็นโอกาสทองของนักธุรกิจไทย ที่จะใช้ประโยชน์จาก FTA ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปลงทุน ตั้งโรงงานผลิตในเวียดนาม เพื่อใช้ประโยชน์จาก FTA ในการส่งออกไปประเทศต่างๆ ที่เวียดนามทำข้อตกลงไว้ หรือเข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมส่งเสริมการผลิต หรือ Supporting Industries เพื่อจัดหาวัตถุดิบให้กับอุตสาหกรรมหลักๆ ที่เติบโตไปในทิศทางเดียวกับการส่งออก ซึ่งเวียดนามยังต้องการการลงทุนใน Supporting Industries อีกมาก
 
การจัดสัมมนาในวันนี้ มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับ FTA และแนะนําจังหวัดบิ่งห์เฟื๊อก ซึ่งเป็นอีกทําเลทองของการลงทุนในแถบเวียดนามใต้ และใช้เวลาเดินทางทางรถเพียงประมาณชั่วโมง หรือราว 80 กม. จากนครโฮจิมินท์ จังหวัดบิ่งห์เฟื๊อกมีประชากรประมาณ 1 ล้านคน และมากกว่า 60% อยู่ในวัยทำงาน นอกจากนี้ ยังมีระบบเชื่อมต่อการคมนาคมและโลจิสติกส์สู่เขตเศรษฐกิจทางตอนใต้ของเวียดนาม เช่น (ไฮเวย์ มีเฟื๊อก เติ่น ฝาน) My Phuoc Tan Van Highway, เส้นทางรถไฟเชื่อมภาคเหนือและใต้, รวมถึงถนนไฮเวย์ หมายเลข 13
 
(บิ่งห์เฟื๊อก) Binh Phuoc จึงเป็นเขตเศรษฐกิจหลักของเวียดนามใต้ ซึ่งเชื่อมต่อภาคตะวันออก และภาคตะวันตกของเวียดนามใต้เข้าด้วยกัน อีกทั้งยังเชื่อมโยงสู่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทั่วโลกอีกด้วย นอกจากนี้จังหวัดบิ่งห์เฟื๊อกยังเป็นศูนย์กลางการผลิตของอุตสาหกรรมสิ่งทอ, เครื่อง หนัง, รองเท้า, เครื่องจักรกล, เครื่องใช้ไฟฟ้า, อิเลคโทรนิค, ผลิตภัณฑ์แปรรูปไม้, โครงการพลังงานทดแทน โดยเฉพาะ Solar Plants อีกด้วย
 
งานสัมนนาในวันนี้ จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับความรู้เรื่อง FTA และรู้จักจังหวัดบิ่งห์เฟื๊อกมากขึ้น และช่วยส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและเวียดนามต่อไป
 
ที่มา focuskorat.com
วันที่ 18 ตุลาคม 2563

@Admin TVBC

สนใจสมัครสมาชิกหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ฝ่ายเลขานุการฯ
โทร: 02-018-6888 ต่อ 4340
Email: tvbc.secretariat@gmail.com

:)