กลยุทธ์การพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตในสิงคโปร์และเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ
ท่ามกลางการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยภาคการผลิตเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เผชิญกับความท้าทายมากที่สุด โดยเฉพาะปัญหาการหยุดชะงักของวงจรการผลิต และการขาดช่วงของห่วงโซ่อุปทานของวัตถุดิบแบบเฉียบพลัน (supply shock) ดังนั้น นาย Amitabh Sarkar รองประธานและหัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท Tata Communications สำนักงานสิงคโปร์ จึงเสนอการปฏิรูปกลยุทธ์ดิจิทัลเพื่อให้ธุรกิจคล่องตัวยิ่งขึ้น ตามรายละเอียดดังนี้
การจัดลำดับความสำคัญในการผลิตและความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น :
ประเด็นแรก
คือ การเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่การผลิตและห่วงโซ่อุปทานยังคงมีความสำคัญลำดับต้นสำหรับผู้ผลิต โดยจะต้องมองภาพระยะยาวไปถึงช่วงหลังยุค COVID-19 ซึ่งผู้ผลิตต้องกระจายความหลากหลายของกระบวนการผลิต (operations) และซัพพลายเออร์ (supplier portfolio) มากขึ้น
ประเด็นต่อมา
การเสริมสร้างการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระจายอำนาจการตัดสินใจ โดยหากผู้ประกอบการสามารถเพิ่มความยืดหยุ่นของกระบวนการผลิตและห่วงโซ่อุปทานได้แล้ว ก็จะช่วยให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์มีความหลากหลายขึ้น ทั้งยังสามารถกระจายอำนาจในการตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนทำงานเฉพาะทางบางอย่าง เช่น วิศวกรออกแบบอาจเผชิญกับความท้าทายจากการต้องสื่อสารและประสานงานทางไกลกับทีมงานที่ประจำอยู่คนละพื้นที่
ประเด็นสุดท้าย
คือ การเสริมสร้างระบบการรักษาความปลอดภัย ทั้งความปลอดภัยทางกายภาพและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นสิ่งที่ต้องพึงระวังอย่างมาก เนื่องจากอาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อการผลิต เช่น การโจรกรรมทรัพย์สินทางปัญญาผ่านระบบไซเบอร์ การเรียกค่าไถ่ทางไซเบอร์ (Ransomware) เป็นต้น ซึ่งเมื่อภาคการผลิตเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบดิจิทัลมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงกลายเป็นเป้าหมายการโจมตีของอาชญากรไซเบอร์ซึ่งขยายตัวขึ้นเช่นกัน
การทบทวนและปฏิรูปกลยุทธ์ดิจิทัล :
ผู้ผลิตสามารถพิจารณาเพื่อปรับปรุงระบบนิเวศดิจิทัล (digital ecosystem) และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีขีดความสามารถพร้อมสำหรับอนาคตตาม “กลยุทธ์ดิจิทัล 4 ประการ” ดังนี้
1).การสร้างรากฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง
ผู้ผลิตควรปรับปรุงระบบห่วงโซ่คุณค่า (value chains) ทั้งหมดให้เป็นดิจิทัลเพื่อความสะดวกและคล่องตัว ตั้งแต่ห่วงโซ่อุปทานไปจนถึงโรงงาน การจัดหาลูกค้า และการบริการลูกค้า ผู้ผลิตต้องวางแผนก่อนว่าจะวางรากฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งเพื่อรองรับเทคโนโลยีในปัจจุบันและความคิดริเริ่มด้านดิจิทัลในอนาคตได้อย่างไร ซึ่งรวมถึงการสร้างสถาปัตยกรรมไฮบริดเพื่อเพิ่มศักยภาพของเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น AI และ IoT และการผสมผสานระบบดิจิทัลใหม่เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิม
2).การใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
ภาคการผลิตสามารถใช้ประโยชน์จากระบบอัจฉริยะ ในการแปลงข้อมูลเชิงลึกให้เป็นข้อมูลที่ปฏิบัติได้ เพื่อปรับปรุงทุกแง่มุมของธุรกิจ เช่น 1) ระบบการประมวลผลข้อมูลจำนวนมากแบบทันทีในกระบวนการผลิต โดยใช้ IoT ผสมผสานกับคลาวด์ 2) ระบบการแยกแยะปัญหาในสายพานการผลิตได้อย่างรวดเร็ว 3) ระบบการวิเคราะห์ข้อมูลสภาพเครื่องจักรอย่างทันท่วงทีเพื่อวางแผนการบำรุงรักษาตามกำหนดการผลิต และป้องกันการหยุดชะงักโดยไม่คาดคิด
3).การใช้แพลตฟอร์มการสื่อสารและการทำงานร่วมกันที่มีประสิทธิภาพ
การทำงานผ่านระบบทางไกลจะยังคงอยู่ต่อไปในระยะยาวในช่วงหลัง COVID-19 ผู้ผลิตจึงควรมีแพลตฟอร์มศูนย์กลางการทำงานผ่านระบบทางไกลร่วมกันที่มีฟังก์ชันหลากหลาย ทั้งการส่งข้อความ ข้อความเสียง และวีดิทัศน์ เพื่อให้พนักงานและคู่ค้าทำงานได้อย่างราบรื่นในทุกขั้นตอน เวลา และสถานที่ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการกระจายผลิตภัณฑ์สู่ตลาด
4).การสร้างระบบการรักษาความปลอดภัยในทุกสถานที่
เป็นแนวคิดด้านความมั่นคงปลอดภัยรูปแบบใหม่ เพื่อให้พนักงานเข้าถึงแอปพลิเคชันและข้อมูลของบริษัทได้อย่างปลอดภัย โดยไม่มีข้อจำกัดด้านสถานที่ อุปกรณ์ หรือการเชื่อมต่อเครือข่ายบรอดแบนด์ ผู้ผลิตควรจะมีระบบปฏิบัติการเชิงรุกในการติดตามและป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัย ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถตรวจสอบกิจกรรมที่ผิดปกติในระบบได้อย่างต่อเนื่องทั่วถึง และลดเวลาในการตอบสนองเมื่อเกิดการโจมตีระบบ
โอกาสของผู้ประกอบการไทย :
ผู้ประกอบการภาคการผลิตในประเทศไทยสามารถปรับใช้แนวคิดและกลยุทธ์ดังกล่าวในการดำเนินธุรกิจ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น ความคล่องตัว และประสิทธิภาพการทำงานในบริษัทตามความเหมาะสมของเงื่อนไขและขนาดของบริษัท การดำเนินการตามกลยุทธ์ดังกล่าวสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของรัฐบาลไทยว่าด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 และเป้าหมายการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจจากการพัฒนาประสิทธิภาพในการผลิตของภาคอุตสาหกรรม ไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Innovation Drive Economy) ต่อไป
ข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์
ที่มา globthailand
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565